ผงฟูและเบคกิ้งโซดา ต่างกันอย่างไร?

ผงฟูและเบคกิ้งโซดา ต่างกันอย่างไร?

มือใหม่หัดทำเบเกอรี อาจจะสับสนระหว่าง “ผงฟูกับเบคกิ้งโซดานั้นว่าต่างกันอย่างไร” วันนี้ลินจะพามาทำความรู้จักกับผงฟูและเบคกิ้งโซดาให้ดียิ่งขึ้น รับรองว่าไม่มีหยิบผิดอีกแน่นอนจ้า

ผงฟูและเบคกิ้งโซดาเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาหารด้วยกันทั้งคู่ อาหารที่ทำเสร็จแล้วจะมีความฟู ดูมีปริมาณมากขึ้น หรือ มีเทกเจอร์ เนื้อสัมผัสเยอะขึ้นนั่นเอง นิยมมาใช้ในการทำเบเกอรีอย่าง ขนมเค้ก 🍰

👉 ผงฟู (Baking Powder)
เป็นส่วนผสมแห้งของ “เบคกิ้งโซดา+กรดอ่อนๆ+แป้ง” เป็นตัวที่ทำให้ขนมของเรานั้นฟูขึ้น เราจะเห็นว่าในส่วนผสมของผงฟูนั้นมีกรดอ่อนๆ ผสมอยู่เมื่อเติมน้ำลงไป กรดอ่อนและด่างอ่อน จากเบคกิ้งโซดาก็จะทำปฏิกิริยาเกิดฟองแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นมา ด้วยความที่มีกรดเป็นส่วนผสมอยู่ ดังนั้นจึงไม่ต้องอาศัยกรดจากวัตถุดิบอื่นๆ ของอาหาร ยกตัวอย่างขนมที่ทำมาจากผงฟู เช่น แพนเค้ก มัฟฟิน หรือบิสกิต เป็นต้น

👉 เบคกิ้งโซดา (Baking Soda)
มีชื่อเรียกทางเคมีว่า “โซเดียมไบคาร์บอเนต” มีลักษณะเป็นผงสีขาว มีรสเค็มเล็กน้อย และมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ บางคนมักเรียกว่าโซดาทำขนม แต่เบคกิ้งโซดาเป็นส่วนผสมอย่างหนึ่งในผงฟู หลายคนอาจสับสนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นตัวเดียวกัน เบคกิ้งโซดาจะทำปฏิกริยากับน้ำหรือกรดอ่อนๆ ที่มาจากส่วนผสมอื่นๆ ทำให้ฟองแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นมา ทำให้เนื้อขนมขยายหรือฟูขึ้น นอกจากนี้เบคกิ้งโซดายังมีประโยชน์อื่นๆอีกมากมายอย่างเช่น นำมาหมักเนื้อให้นุ่ม, ขัดผิว หรือ ขจัดคราบอาหารไหม้บนหม้อก็ได้เหมือนกัน

👉 วิธีการใช้ผงฟูและเบคกิ้งโซดา
แป้งเค้ก 1 ถ้วยตวง จะใส่เบคกิ้งโซดาลงไปประมาณ 1 ช้อนชา และหากใช้ผงฟูก็ใช้เพียง 1 ช้อนชา แต่บางสูตรผสมที่เราต้องใส่ทั้งผงฟูและเบคกิ้งโซดา เราก็จะแบ่งใส่อย่างละ ½ ช้อนชาก็พอนะคะ หากใส่เยอะจนเกินไปจะมีผลต่อรสชาติ ทำให้ขนมมีรสเฝื่อนได้